
1. ต้นยางพารา
ดูดซับได้ประมาณ 4.22 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อไร่ต่อปี (ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่และอายุของต้นไม้)
เหมาะกับการปลูกเชิงเศรษฐกิจ เพื่อสร้างรายได้จากน้ำยางและไม้แปรรูป ควบคู่กับการใช้ประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ การเพิ่มพื้นที่สีเขียว เป็นต้น
2. ต้นสัก
ดูดซับได้ 1.36-2.16 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อไร่ต่อปี (ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่และอายุของต้นไม้)
เหมาะกับการปลูกเป็นไม้เศรษฐกิจ เพิ่มพื้นที่สีเขียวและช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ รวมทั้งฟื้นฟูระบบนิเวศและรักษาหน้าดิน
3. ต้นโกงกาง
ดูดซับได้ 0.8 - 6.5 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อไร่ต่อปี (ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่และอายุของต้นไม้)
เหมาะกับการปลูกเพื่อช่วยป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งและเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ
4. ต้นพะยูง
ดูดซับได้ 0.95 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อไร่ต่อปี (ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่และอายุของต้นไม้)
เหมาะกับการปลูกเป็นไม้เศรษฐกิจมูลค่าสูง และสามารถปลูกในพื้นที่แห้งแล้งได้
นอกจากนี้การปลูกต้นไม้ ยังสามารถสร้างพื้นที่คาร์บอนเครดิต เพื่อเป็นกิจกรรมชดเชยค่าคาร์บอนเครดิตและซื้อขายคาร์บอนเครดิตในตลาดได้อีกด้วย
